ขอบคุณมากครับ ท่าน KornKZJ95
ผมนึกว่า...การเปลี่ยนแม็กกาซีนแบบ tactical reload
มีสาเหตุมาจากการที่อาจจะมีการต่อสู้..ที่ยังต่อเนื่อง
หรือต้องมีการพิสูจน์ทราบต่อไป ซะอีกแน่ะครับ...
เลยทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแม็กกาซีนเดิมที่มีกระสุนค้างอยู่ออกไป แล้วเก็บไว้
จากนั้น...นำแม็กกาซีนใหม่ที่บรรจุกระสุนเต็มเข้ามาแทนที่ซะอีกนะครับ
ไม่นึกเลยว่า..เสียงที่แม็กกาซีนเปล่า ๆ กระทบพื้น
จะบ่งชี้ถึงตำแหน่งของผู้เปลี่ยนแม็กกาซีนได้ เช่นกันครับ
ถ้าเป็นในลักษณะนี้...
เมื่อเสียง...ดังขึ้น คงต้องเปลี่ยนที่กำบังให้มีความมั่นคงมากขึ้นอ่ะครับ
เพราะ...เดี๋ยวโดนสวนกลับ...กระสุนทะลุที่กำบังเข้ามาถูกผู้เปลี่ยนฯ อ่ะครับ
ขอบคุณครับ...
จากนิ้ว...ที่จิ้มแป้น...
ขอบคุณพี่ 51 เช่นกันครับที่ช่วยขยายเพิ่มเติม
ที่ผมได้เรียนรู้จากครูจเร การเปลี่ยนซองกระสุนมี 3 แบบ (เอาที่เพิ่งเรียนมานะครับ ท่านใดมีวิธีมากกว่านี้ก็อย่าถือสาเด็กเพิ่งจับปืนนะครับ

)
1. Emergecy Reload
2. Reload with Retention
3. Tactical Reload
แบบที่ 1. ปลดซองกระสุนทิ้งโดยไม่เก็บ
2-3 เปลี่ยนซองฯโดยเก็บซองเก่าไว้ แต่แตกต่างในรายละเอียดของขั้นตอนครับ ตามที่ครูจเรสอน IDPA จะไม่มีการทิ้งซองฯที่มีกระสุนเหลืออยู่ครับ
และการ"เติมเต็ม" อย่างที่พี่ Coda บอก ก็ใช้แบบ 2 หรือ 3 ครับ
ระหว่างยิงกันเสียงซองกระสุนหล่นคงดังกว่าเสียงปืน
แป่ว..... โดนซะแล้ว

เรื่องเสียงซองหล่นเป็นข้อมูลจากครูอีกท่านหนึ่งครับ ซึ่งผมพิจารณาแล้วเห็นในทางตรงกันครับว่าเป็นเช่นดังกล่าว สมมติสถานการณ์นะครับ(เพราะผมก็ไม่เคยดวลกับใครครับ มีเรื่องจริงๆก็เลี่ยงดีกว่า

)เวลาเรากำลังหลบหรือเปลี่ยนที่กำบังแล้วเปลี่ยนซองกระสุน (ในระหว่างที่เปลี่ยนนั้นเราก็ยิงไม่ได้ หรือไม่สามารถคาดได้ว่าอีกฝ่ายจะยิงเมื่อไหร่จะได้ปลดซองฯให้มันหล่นพอดีกับเสียงปืน) เพื่อไม่ให้เป็นการแสดงตำแหน่งก่อนพร้อมจึงไม่เปลี่ยนแบบ emergency และหากทำได้ก็ให้เปลี่ยนที่กำบังที่ดีกว่าไปเรื่อยๆ ส่วนพี่ๆที่ทราบในรายละเอียดลึกๆก็รบกวนอธิบายเพิ่มเติมจะได้เป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจทุกท่านครับ

อยากให้กระทู้นี้เป็นประโยชน์แก่คนรักปืนทุกท่านครับ หาเหตุผลมาหักล้างหรือสนับสนุนเพื่อพัฒนาดีกว่าครับ ไม่มีประโยชน์ที่จะค่อนแคะให้คนใดคนหนึ่งดูแย่ลงไปครับ